การ Pre Order ไม่ใช่เรื่องใหม่ในระบบการตลาด เป็นหนึ่งในกลยุทธ์การตลาดแบบดึง (Pull Strategy) หรือ การผลิตสินค้าตามความต้องการของลูกค้านั่นเอง แต่ในบทความนี้ จะนำระบบ Pre-Order ที่อยู่ในระบบตัวแทนจำหน่าย หรือการขายตรงแบบ Single ซึ่งกำลังได้รับความนิยมอย่างสูง ในแบรนด์ต่างๆที่ขายกันทางออนไลน์ในปัจจุบัน โดยเฉพาะสินค้าประเภทสุขภาพและความงาม มาดูข้อดี ข้อด้อยของการ Pre-Order กันคะ

Screen Shot 2018-04-01 at 11.30.48 AM

ข้อดีของการ Pre-Order

1.สินค้าที่สั่งผลิต จะไม่ค้างสต๊อคเลย เพราะมีตัวแทน จองสินค้าไว้ล่วงหน้าหมดแล้ว สามารถรับรู้รายได้ รายจ่ายล่วงหน้าได้ก่อนการผลิต

2.ตัวแทนมีความรู้สึกว่า สินค้ามีจำกัด จึงอยากได้สินค้านั้นมาขาย ด้วยการจับจอง เพราะกลัวของหมด ซึ่งทั้งนี้ตัวแทนจะต้องรู้สึกว่าสินค้านั้นน่าขายด้วย

3.ตัวแทนระดับแม่ทีม มีความรู้สึกเหมือนเป็นเจ้าของแบรนด์เอง รู้สึกว่าสามารถคุมราคา คุมตลาดได้ ไม่กลัวเจ้าของแบรนด์เปลี่ยนนโยบาย (ในช่วงเวลานั้น) หรือแทรกแซงราคา เพราะสินค้าผลิตมาเป็นล๊อตๆ แม้เจ้าของแบรนด์ก็ไม่มีสต๊อค

ky

ข้อด้อยของการ Pre-Order

1.เจ้าของแบรนด์จะต้องมีการทำการตลาดที่เพียงพอ ที่จะให้ตัวแทนเชื่อมั่นว่าจะขายสินค้าได้จริง มิฉะนั้นการ Pre-Order จะเป็นเรื่องยาก เพราะตัวแทนไม่มั่นใจ ว่าสั่งจองมาแล้วจะขายของได้

2.ตัวแทนที่จ่ายเงินจองสินค้ามาแล้ว จะมีความคาดหวังว่าจะได้สินค้าเร็วที่สุด ดังนั้นการผลิตและส่งมอบจะต้องตรงตามเวลาที่ตกลงกันไว้ ซึ่งหากผิดนัด อาจมีการคืนของได้ เพราะเริ่มมีความไม่มั่นใจ หรือเปลี่ยนใจในช่วงเวลาที่กำลังรอของนั่นเอง

3.การ Pre-Order เป็น Demand เทียม ซึ่งเป็นเพียงการคาดการณ์ของตัวแทนว่าจะขายได้เท่านั้นเท่านี้ และขายส่งลงไปยังตัวแทนระดับย่อยๆต่อไปตามลำดับ เมื่อถึงเวลาขายปลีกให้กับผู้บริโภค อาจขายไม่ได้จริง

open_gardenMe_new

สรุปว่า การขายแบบ Pre-Order มีทั้งข้อดีและข้อด้อย ขึ้นอยู่กับช่วงเวลาที่เหมาะสม หากเป็นช่วงการสร้างแบรนด์ใหม่ๆ ระบบนี้จะมีข้อดีอยู่มาก เพราะจะช่วยขยายตลาดได้อย่างรวดเร็วและลดความเสี่ยงในการสต๊อคสินค้า แต่หากสินค้าเป็นที่รู้จักของตลาดแล้ว ระบบการตลาดควรขับเคลื่อนด้วยการบริโภคจริง ด้วยการซื้อซ้ำ จะทำให้แบรนด์ของเราเจริญเติบโตอย่างยั่งยืน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *